aeoncool1689 / October 17, 2021

บาร์ซ่า เตรียมลงตลาดหน้าหนาวนี้ก่อนสายเกินไป

บาร์ซ่า เตรียมลงตลาดหน้าหนาวนี้ก่อนสายเกินไป

บาร์เซโล่น่า กับฉายาที่สื่อไทยเคยตั้งให้ช่วงหนึ่งว่า เจ้าบุญทุ่ม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ทีมนี้พวกเค้ามีสไตล์การซื้อขายที่บอกเลยว่าถ้าอยากได้ต้องได้เท่านั้น จ่ายเท่าไรก็ได้เพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ จากสถานการณ์ในทีมตอนนี้พวกเค้ามาถึงจุดที่ต้องจ่ายอีกแล้ว แม้ว่าตลาดหน้าหนาวจะไม่ค่อยมีใครกล้าจ่ายเท่าไร แต่บาร์ซาเอาแน่นอน

หลุยส์ ซัวเรซ เจ็บยาว
สาเหตุที่ทำให้ บาร์เซโลนา ต้องลงตลาดในรอบนี้อย่างจริงจัง ก็เพราะว่า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่งประจำทีมของเค้าเกิดอาการบาดเจ็บใหญ่มาก บริเวณหัวเข่า นั่นทำให้คาดการณ์กันว่า เค้าจะต้องพักอย่างน้อย 4 เดือนไหนจะต้องใช้เวลาเรียกความฟิตขึ้นมาอีกอย่างน้อยก็ 1 เดือน พูดง่ายๆว่า ปิดซีซั่นนี้ของเจ้าตัวไปแล้วเรียบร้อย นั่นทำให้ทีมไม่รอช้าต้องมองหาตัวแทนมาเสริมทัพโดยด่วน

อองตวน กรีซมัน ยังไม่ใช่คำตอบ
หลายฝ่ายอาจจะคิดว่า ตอนฤดูร้อนทีมได้จัดชุดใหญ่ด้วยการนำศูนย์หน้าของลีค อย่าง อองตวน กรีซมัน เข้ามาทีมแล้ว จริงอยู่แต่นั่นไม่พอ กรีซมัน พอมาเล่นด้วยกับเมสซี่ ก็เหมือนจะไม่เข้าระบบเท่าไร การขาด หลุยส์ ซัวเรซ ไปอองตวน กรีซมัน แทนช่องว่างนั้นไม่เพียงพอแน่นอน ยังไม่นับเกมลีค เกมบอลถ้วย ที่ยังรออยู่อีกเพียบด้วย การไม่หาตัวแทนหลุยส์ ซัวเรซ มาทดแทนบอกได้เลยว่า บาร์ซาอาจจะมือเปล่าได้เลยในซีซั่นนี้

เอดินสัน คาวานี่
ถามว่ากองหน้าที่บาร์ซาอยากซื้อเป็นใคร ตอนนี้ยังไม่มีข่าวออกมา แต่หลายสื่อพุ่งประเด็นไปว่า คนที่น่าจะพอซื้อได้จากสถานการณ์ในทีมที่เจ้าตัวไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร เป็นดาวยิงถล่มประตูเหมือนกัน นั่นก็คือ เอดินสัน คาวานี่ จาก ปารีสแซงค์ แชร์กแง คนนี้บอกเลยว่าน่าสนมาก ฝีเท้าเป็นที่ยอมรับ เจ้าตัวก็เคยส่งสัญญาณว่าอยากย้ายเหมือนกัน แต่บอกเลยว่าคนนี้ถ้าจะย้ายจริงราคาคงไม่เบาทีเดียวอย่างน้อยต้องเกิน 70 ล้านขึ้นไป ถ้าบาร์ซากล้าจ่ายก็ได้เลย

Your email address will not be published. Required fields are marked *

aeoncool1689 / October 15, 2021

สถิติความโหดของ อันโตนิโอ คอนเต้

สถิติความโหดของ อันโตนิโอ คอนเต้

ต้องยอมว่าตอนนี้ กัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี จากที่ลุ้นกันดุเดือดมากช่วงกลางซีซั่น เปิดไปดูตารางคะแนนตอนนี้ เหลืออีกประมาณ 8 นัด จะจบซีซั่นกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ของอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือมาดเฮี้ยบเข้ามาทำทีมจนนำโด่งที่สองไปไกลเลย ตอนนี้มี 74 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง เอซี มิลาน ที่มี 63 คะแนน อยู่ถึง 11 คะแนน เราจะมาย้อนดูสถิติความโหดของกุนซือคนนี้กัน

ยูเวนตุส

ย้อนกลับไปในซีซั่น 2010-2011 ใครจะเชื่อว่าตอนนั้นยูเวนตุส จบซีซั่นด้วยอันดับ 7 ซึ่งเป็นเรื่องที่แฟนบอลหลายคนคงช็อคไม่หายนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในทีมด้วยการนำเข้า กุนซือคนใหม่เข้ามาก็คือ อันโตนิโอ คอนเต้ นั่นแหละ การเข้ามาของเค้าหลายคนอาจจะคิดว่า ขอแค่ให้มันดีขึ้นก็พอแล้ว แต่คอนเต้ ทำได้มากกว่านั้น เค้าสามารถพายูเวนตุส กลับมาคว้าแชมป์ลีคได้ในซีซั่นถัดมาเลย แล้วไม่เท่านั้น ยังทำอย่างต่อเนื่อง 3 สมัยเลยทีเดียว ก่อนจะออกจากทีมไป ถือว่าเป็นผลงานชั้นเยี่ยม

เชลซี

หลังไปคุมทีมชาติได้สองปี 2018 เค้าก็หวนกลับมาคุมทีมระดับสโมสรอีกครั้ง คราวนี้ย้ายจากอิตาลี ไปคุมทีมที่อังกฤษ กับสมรภูมิใหม่ที่ชื่อว่า พรีเมียร์ลีค กันบ้าง การมาของเค้าที่เชลซี ถือว่าสร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลได้ระดับหนึ่งเลย การมาของเค้าสร้างอิมแพ็คอย่างมาก โดยเฉพาะระบบหลังสามที่คอนเต้ ถือว่าเป็นต้นตำรับเลยก็ว่าได้ ไม่เท่านั้นก่อนหน้าที่เค้าจะมา เชลซีจบลีคด้วยอันดับ 10 แต่ก็เหมือนหนังม้วนเดิม คอนเต้ มาพาทีมเชลซีได้แชมป์พรีเมียร์ลีคในซีซั่นถัดมาได้เลย

อินเตอร์ มิลาน

จากเชลซี เค้ามาต่อที่อินเตอร์ มิลาน ที่ต้องใช้คำว่า ยักษ์หลับได้เลยเหมือนกัน ความสำเร็จที่พอนึกออกน่าจะเป็นยุคของ มูรินโญ่ กับทริปเปิ้ลแชมป์ตอนโน่นเลย แต่ว่การมาของคอนเต้ อย่างที่บอกไปตอนต้น เค้ากำลังจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการพาอินเตอร์ มิลาน กลับไปเป็นแชมป์ลีค ในรอบ 10 ปี เลยทีเดียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้จัดการทีมคุณภาพอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอล

aeoncool1689 / September 16, 2021

วิเคราะห์ภาพรวม พรีเมียร์ลีค เกมที่ 5

วิเคราะห์ภาพรวม พรีเมียร์ลีค เกมที่ 5

จบสิ้นไปแล้วสำหรับพรีเมียร์ลีค นัดแข่งที่ 5 ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่สนุกครบรสเลย ทั้งดราม่าท้ายเกม VAR อาการบาดเจ็บ และอีกมากมายหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะไปลุยกันต่อในศึก UCL กลางสัปดาห์ เรามาวิเคราะห์ภาพรวมของเกมทั้งหมดในนัดที่ 5 ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

สัปดาห์แห่งการเสมอ

มีทั้งหมด 6 เกมด้วยกัน จากทั้งหมด 10 เกม ที่จบลงด้วยผลเสมอ สัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นสัปดาห์แห่งผลเสมอเลยก็ว่าได้ รูปแบบสกอร์มีทั้ง 0-0, 1-1 ,2-2 และ 3-3 แถมส่วนใหญ่การเสมอ เป็นการเสมอที่อุดมไปด้วยความดราม่าระดับ สิบดาวเลย ไม่ว่าจะเป็นการตามตีเสมอในนาทีสุดท้ายแบบช็อคตาตั้งของ สเปอร์ส ที่เจอเวสต์แฮมจัดให้ หรือจะเป็นเกม เซาท์แธมป์ตัน มาได้ลูกแบบที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ พาเก็บสกอร์ 3-3 พร้อม 1 คะแนนจากเชลซี หรือจะเป็นการทำให้ ชัยชนะนัดแรกของฟูแล่มที่ทำได้แค่เกือบเท่านั้น จากจุดโทษในนาทีที่ 85 ทำให้ ฟูแล่มต้องมองหาชัยชนะนัดแรกต่อไป

สัปดาห์แห่งการเล่นท้ายเกม

อีกหนึ่งจุดขายของพรีเมียร์ลีคก็คือ อย่าเปลี่ยนช่องไปไหนจนกว่าเกมจะจบเพราะว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็เป็นได้ ในสัปดาห์นี้มีหลายคู่เลยที่มีประตูเกิดขึ้นหลังนาทีที่ 85 ไปแล้ว แถมมีผลต่อรูปเกมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นประตูของ เวสต์เธอร์การ์ด นาทีที่ 90+2 , 3 ประตูของ แมนยูจาก บรูโน่,วานบิสซาก้าและ แรชฟอร์ด ปลดล็อคชัยชนะ, ประตูของ อัลลิสเตอร์ นาทีที่ 90 พาไบร์ทตันเก็บผลเสมอ, ประตูของ ลานซินี่ พาเวสต์แฮมแบ่งแต้มจากสเปอร์ส , ประตูของรอส บาร์คลี่ย นาทีที่ 90+1 พาแอสตัน วิลล่า ชนะเลสเตอร์ ถือว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดดราม่าจริงๆ

ทีมใหญ่ใส่ไม่เต็ม

มองไปที่ทีมใหญ่ หลายทีมผลงานไม่ค่อยดีเท่าไรในสัปดาห์นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพวกเค้าต้องพักนักเตะที่ล้ามาจากเกมทีมชาติทำให้หลายทีมอ่อนยวบลงไป เลยทำให้ผลงานออกมาพลิกล็อคในหลายเกม ไม่เท่านั้นทีมใหญ่จะต้องเข้าสู่การเล่นเกมกลางสัปดาห์ด้วย น่าจะต้องโรเตชั่นกันให้ดี ไม่งั้นอาจจะยวบทั้งบอลลีค บอลยุโรปกันเลยก็เป็นได้

aeoncool1689 / August 3, 2021

รามอส คนที่ปารีส ต้องการ

รามอส คนที่ปารีส ต้องการ

ปารีส ซีซั่นนี้ต้องยอมรับว่าพวกเค้าเสริมได้โหดจนน่ากลัวจะกลับมาทวงทุกแชมป์ที่มีในซีซั่นหน้าอย่างแน่นอน หนึ่งในดีลที่เรามองว่าดีเลยก็คือ เซร์คิโอ รามอส กองหลังตัวเก่ง พันธุ์แกร่งจาก รีล มาดริด คนนี้ย้ายมาฟรีเสียด้วย แล้วมองอีกมุมเค้าคือคนที่ปารีส ต้องการ

ผู้นำแนวรับ

การเสีย ซิลวา ไปให้ เชลซี ในซีซั่นก่อน ทำให้ หลังของ ปารีส อ่อนยวบลงไปเยอะ เห็นชัดเลยเป็นเรื่องผู้นำในแนวรับ พวกเค้าไม่มีเลย ทำให้หลายครั้งพวกเค้ามาเสียประตูในจุดที่ไม่ควรจะเสีย จนทำให้ผลการแข่งขันไม่เป็นใจสุดท้ายเสียแชมป์ลีคให้ ลีลล์ไปซะอย่างนั้น การมาของ รามอส จะทำให้เกิดผู้นำในแนวรับของปารีสอีกครั้ง การยืนคอยสั่งการ การกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม และการเข้าชนกับกองหน้าแบบไม่กลัวจนกลายเป็นต้นแบบให้น้องๆต้องทำตาม เป็นสิ่งที่ปารีส ต้องการจากชายคนนี้ แล้วเค้าทำให้ได้แน่นอน

ความแข็งแกร่ง

เซร์คิโอ รามอส หลายคนอาจจะมองว่าเค้าน่าจะแก่ เกินไปสำหรับการเล่นฟุตบอลระดับท็อปในยุโรป ซึ่งไม่จริงเลย ความแข็งแกร่งของเค้านี่แหละ หาก ปารีส ใช้ให้ดี เค้าจะกลายเป็นกำแพงเหล็กให้กับทีมได้เหมือนกัน ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูจาก ซิลวา ก็ได้ เค้าเองก็มีเครื่องหมายคำถามเหมือนกัน ตอนย้ายมาเชลซีเพื่อเล่นในพรีเมียร์ลีค แต่ว่าสุดท้ายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬายุคนี้ทำให้เราเห็นว่า เค้ายังไหว ไม่เท่านั้น ทะลุไปถึงแชมป์ฟุตบอลสโมสรยุโรปอีกต่างหาก ไม่แน่ รามอส อาจจะเดินตามรอยของ ซิลวา ก็เป็นได้เช่นกัน

พี่ใหญ่ห้องแต่งตัว

อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ ปารีส คุณภาพตกลงไป อาจจะเกิดจากตัวพวกเค้าเองก็เป็นได้ ที่ติดเล่นเกินไป ติดแอ็คเกินไป จนทำให้บางครั้งแทนที่จะชนะแบบสบายๆ กลับกลายเป็นสะดุดเสมอ และแพ้ไปแบบแฟนบอลก็ยังงง การมี รามอส ในทีมก็เหมือนกับจะมีพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัว คอยเตือนสติ และคอยกระตุ้นให้น้องๆหันมาเล่นฟุตบอลแบบจริงจังสักที นี่เป็นสิ่งที่ปารีส หายไปในซีซั่นก่อน

aeoncool1689 / August 1, 2021

เก็บตกประเด็นสำคัญเกมรอบชิง โคปป้า อิตาเลีย

เก็บตกประเด็นสำคัญเกมรอบชิง โคปป้า อิตาเลีย

ถือว่าเป็นเกมที่สนุก และสมการรอคอยของใครหลายคนทีเดียว ฟุตบอลโคปป้าอิตาเลีย รอบชิงชนะเลิศ ที่เป็นการโคจรมาพบกันอีกรอบหนึ่งระหว่าง นาโปลี และ ยูเวนตุส แน่นอนว่าถ้าดูตามหน้าเสื่อ และ ชื่อชั้นในกระดาษ ยูเวนตุสบอกเลยว่ากินขาด แต่อย่างที่เรารู้กันฟุตบอลนัดชิงอะไรก็เกิดขึ้นได้ เป็นนาโปลี ที่สามารถยันสกอร์เสมอไว้ได้ 0-0 ก่อนจะเอาชนะไปได้ในช่วงจุดโทษ เรามาเก็บตกประเด็นสำคัญในเกมนี้กันหน่อยว่ามีอะไรบ้าง
ยูเว่ บุกดีแต่จบไม่ดี + แผ่วปลาย
เริ่มกันที่ยูเวนตุสกันก่อน ต้องยอมรับว่าเกมนี้พวกเค้าหมายมั่นปั้นมือมากว่าจะต้องเอาชนะให้ได้ในเวลาปกติ พอเสียงนกหวีดดังพวกเค้าก็เปิดหน้าใส่เลย แน่นอนว่าด้วยความสามารถของนักเตะ บวกกับความฟิต ความสด การจะเอาประตูจากนาโปลีไม่น่ายาก แต่เกมนี้กลับยาก พวกเค้าทำมาดีหมดแต่จังหวะสุดท้ายทำได้ไม่ดี ไม่จะแจ้งเท่าไร ทำให้ผู้รักษาประตูของนาโปลีไม่ค่อยเจองานยากเท่าไร ทีนี้พอครึ่งหลังพวกเค้าก็บุกต่อแต่เหมือนพวกเค้าหมดแรง หมดกำลังใจ เล่นแล้วแผ่วปลายยังดีที่ได้ บุฟฟ่อนมาเซฟเอาไว้ไม่งั้นโดนตั้งแต่ในเกมปกติไปแล้ว
นาโปลี ตั้งรับอย่างอดทน สวนกลับมีประสิทธิภาพ
ฝั่ง นาโปลี ของผู้จัดการทีม เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เกมนี้เป็นนัดชิงนัดแรกของเค้าในฐานะผู้จัดการทีมความกดดันต้องมี แต่เค้าก็สั่งลูกทีมให้เล่นกันอย่างอดทน มีวินัย เน้นเกมรับให้เหนียวไว้ก่อน ต้องบอกว่าจริงๆแล้วนาโปลี เจียนอยู่เจียนไป จะโดนอยู่หลายครั้งแต่พวกเค้าก็ช่วยกันจนรอดมาได้ อีกส่วนหนึ่งที่ต้องชมเป็นการเล่นเกมสวนกลับ พวกเค้าอาจจะไม่ได้เน้นสวนกลับแบบเร็วส่งบอลสองสามครั้งถึงหน้าประตู แต่ใช้การสวนกลับแบบสั้น แน่นอน บอลเท้าสู่เท้า แล้วเข้าทำในจังหวะที่ชัวร์ ยิ่งท้ายเกม ทำมาสวยหลายครั้ง มีหลายครั้งเกือบทำได้ด้วย สุดท้ายเหมือนกำลังใจมาเลยได้แชมป์เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ

aeoncool1689 / July 16, 2021

อะไรทำให้ ลุค ชอว์ กลับมาร่างเดิมอีกครั้ง

อะไรทำให้ ลุค ชอว์ กลับมาร่างเดิมอีกครั้ง

ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ เซาท์แธมป์ตัน ด้วยสกอร์ที่ทาบเป็นสถิติสโมสรคือ 9-0 เกมนั้นคนที่เด่นมากในแผงกองหลังก็คือ ลุค ชอว์ ชั่วโมงนี้ต้องบอกเลยว่า ร่างทองของเค้าสมัยมาตอนแรกกลับมาอีกครั้ง แฟนบอลเห็นเค้าเล่นนี่เด่นทั้งรุกรับเลย อะไรทำให้ลุค ชอว์ กลับมาร่างทองที่คุ้นเคยอีกครั้ง

การมาของ เตลเลส

การซื้อนักเตะของผู้จัดการทีม นอกจากมองเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานของนักเตะคนนั้นแล้ว ยังเป็นการวางแผนเพื่อดึงศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่ด้วย เรียกว่าซื้อมาเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งก็ได้ พอได้นักเตะมาแย่งตำแหน่ง นักเตะจะเล่นดีกว่าเดิมเพื่อรักษาตำแหน่งตัวเองเอาไว้ ชอว์ เองก็เช่นกัน การมาของ เตลเลส์ ทำให้ตำแหน่งของ ชอว์ ดูจะสั่นคลอนไม่น้อยทีเดียว นั่นทำให้เค้าต้องเร่งฟอร์ม เร่งฟิต เพื่อแย่งตำแหน่งกลับคืนมา จนกลายเป็นร่างทองแบบที่เห็น

น้ำหนักลดลง

ลุค ชอว์ ตอนย้ายมาใหม่ๆ มีสภาพร่างกายที่ฟิตมาก พลิ้วด้วย แต่ว่าในช่วงที่เค้าบาดเจ็บพักยาวไปทำให้ร่างกายของเค้าไม่เหมือนเดิม น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็น หนา อืด เลยกลายเป็นพอกลับมาวิ่งได้ก็ช้าลงไปแบบเห็นได้ชัด ดูไม่คล่องแคล่วพอจะรับมือกับกองหน้าฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ว่าตอนนี้สภาพหุ่นของ ชอว์ ดูเหมือนจะรีดน้ำหนักส่วนเกินออกไปได้หมด จนทำให้เห็นกล้ามเนื้อ และหุ่นที่บางลงกว่าเดิม พอน้ำหนักลดความพลิ้วก็เหมือนจะกลับมา

แท็คติคเน้นเกมรุก

ด้านแท็คติคเองก็เหมือนจะเสริมความมั่นใจ และ เปิดพื้นที่ให้นักเตะแสดงศักยภาพด้วย เหมือนกับว่า ทางโซลชา ได้กำชับให้ ชอว์ วิ่งขึ้นไปทำเกมรุกช่วยด้วย ในกรณีที่ขึ้นเกมทางด้านของเค้า ซึ่งด้านของเค้าบางครั้งจะเป็น ป็อกบา มารับบอล จากนั้นก็ต่อบอล กับ แรชฟอร์ด ที่เล่นดี นั่นทำให้การขึ้นเกมรุกของเค้าแน่นอนมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น บวกกับ ตัวกลางสนามพวก เฟร็ด บรูโน่ แม็คโท หรือ ป็อกบา มักจะดึงตัวกลางสนามให้ไปออกันในหน้าเขตโทษหมด เลยมีพื้นที่บวกกับเวลาให้ชอว์ได้เปิดเลือกตามต้องการ ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นในเกมดังกล่าว ก็หวังว่าอย่าให้เจ้าตัวต้องเจ็บอะไรอีก